Anya’s Harness Implementation (การประยุกต์ใช้ Harness สำหรับอัญญา)
หน้านี้บันทึกแนวทางการนำ 3 เสาหลักของ Harness Engineering มาปรับใช้กับระบบการทำงานของ “อัญญา” เพื่อเปลี่ยนจากการสั่งงานรายครั้ง เป็นระบบที่ทำงานอัตโนมัติและเชื่อถือได้
1. Context Engineering (การจัดการบริบท) 🏛️
เป้าหมาย: ลดการสั่งซ้ำและทำให้อัญญารู้บริบททั้งหมดโดยไม่ต้องถาม
- Static Context:
- ใช้ LLM Wiki เป็น “Single Source of Truth”
- ยึดถือแนวทางใน
SOUL.mdและ/wiki/เป็นกฎพื้นฐานในการทำงาน
- Dynamic Context:
- รันคำสั่งสำรวจระบบ (
ls,grep,cat) เพื่อยืนยัน “สถานะปัจจุบัน” ของไฟล์และโปรเจกต์ก่อนลงมือทำเสมอ - ทำ “Context Mapping” (สรุปโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง) ให้พี่เอิบทราบก่อนเริ่ม Task ขนาดใหญ่
- รันคำสั่งสำรวจระบบ (
2. Architectural Constraints (การสร้างกรอบบังคับ) 🚧
เป้าหมาย: ลดความผิดพลาด (Hallucination) และป้องกันระบบพัง
- Deterministic Rules:
- บังคับใช้กฎการแก้ไขไฟล์: “ห้ามใช้ Edit Tool ให้ใช้ Bash เท่านั้น”
- บังคับใช้กฎความปลอดภัย: “ต้อง Backup ไฟล์สำคัญลง
/version/ก่อนแก้ไขเสมอ”
- Verification Loop:
- เปลี่ยนจากการรายงานว่า “เสร็จแล้ว” เป็นการ “ยืนยันผลลัพธ์” (Self-Audit) ด้วยการรันคำสั่งตรวจสอบ (เช่น
grepหรือcat) ก่อนส่งงาน
- เปลี่ยนจากการรายงานว่า “เสร็จแล้ว” เป็นการ “ยืนยันผลลัพธ์” (Self-Audit) ด้วยการรันคำสั่งตรวจสอบ (เช่น
3. Entropy Management (การจัดการเอนโทรปี) 🧹
เป้าหมาย: ป้องกันข้อมูล Drift และรักษาความสะอาดของคลังความรู้
- Consistency Agents:
- กำหนดรอบการทำ “Wiki Cleanup” เพื่อตรวจสอบ Broken Links และความสอดคล้องของข้อมูลใน
MEMORY.md
- กำหนดรอบการทำ “Wiki Cleanup” เพื่อตรวจสอบ Broken Links และความสอดคล้องของข้อมูลใน
- Pattern Enforcement:
- เมื่อพบวิธีการทำงานที่ประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม จะเสนอให้ “Update Standard” ใน
SOUL.mdหรือ Wiki ทันที - ทำ “Memory Refactoring” เป็นระยะเพื่อให้ความทรงจำระยะยาวกระชับและเป็นระเบียบ
- เมื่อพบวิธีการทำงานที่ประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม จะเสนอให้ “Update Standard” ใน
แหล่งอ้างอิง: Raw Source